สุดท้ายที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกไม่อยากให้มาถึง! ลิโอเนล เมสซี่ ปิดฉากทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างสมบูรณ์แบบ

ค่ำคืนที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกไม่อยากให้มาถึงกลายเป็นความจริง เมื่อ ลิโอเนล เมสซี่ สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาลงสนามเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนปิดฉากเส้นทางกับทัพ “ฟ้า-ขาว” อย่างเป็นทางการ หลังรับใช้ชาติยาวนานกว่า 20 ปี

เกมอุ่นเครื่องที่สนามเอสตาดิโอ โมนูเมนตัล กรุงบัวโนสไอเรส เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 กลายเป็นเวทีอำลาของหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล โดยอาร์เจนตินาเอาชนะเบนิน 3-0 และเมสซี่มีส่วนร่วมกับทั้งสามประตู ทำ 2 แอสซิสต์ ก่อนสังหารจุดโทษเป็นประตูปิดท้ายด้วยตัวเอง

ลิโอเนล เมสซี่ ลงสนามนัดสุดท้ายกับอาร์เจนตินา

ก่อนเกมนี้ เมสซี่ประกาศอำลาทีมชาติหลังจบภารกิจฟุตบอลโลก 2026 โดยเกมพบเบนินถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นแมตช์อำลาอย่างเป็นทางการต่อหน้าแฟนบอลอาร์เจนตินาที่สนามโมนูเมนตัล

บรรยากาศเต็มไปด้วยความซาบซึ้งตั้งแต่ก่อนเริ่มการแข่งขัน แฟนบอลจำนวนมากเดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ขณะที่เมสซี่ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติในฐานะกัปตันและสัญลักษณ์ของทีมชาติอาร์เจนตินา

เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น เรื่องราวกว่า 20 ปีของเมสซี่กับทีมชาติอาร์เจนตินาก็เดินทางมาถึงบทสุดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบ

เมสซี่จัดเต็มในเกมอำลา

แม้จะเป็นเกมแห่งการอำลา แต่เมสซี่ยังคงแสดงให้เห็นถึงคุณภาพระดับโลก

กัปตันทีมวัย 39 ปีมีส่วนสำคัญกับเกมรุกของอาร์เจนตินา โดยจ่ายให้ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ทำประตูขึ้นนำ ก่อนช่วยให้ นิโก ปาซ ยิงประตูที่สอง และปิดท้ายด้วยการสังหารจุดโทษเป็นประตูที่สาม

ชัยชนะ 3-0 ทำให้เกมสุดท้ายของเมสซี่กับทีมชาติเต็มไปด้วยภาพแห่งความสุข รอยยิ้ม เสียงปรบมือ และน้ำตาจากแฟนบอลที่ต้องบอกลานักเตะหมายเลข 10 ผู้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาร์เจนตินามานานหลายปี

จากวันที่ถูกตั้งคำถาม สู่ตำนานหมายเลข 10

เส้นทางของเมสซี่กับทีมชาติอาร์เจนตินาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ในช่วงแรกของอาชีพ เขาต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์และแรงกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังจากทีมชาติพลาดแชมป์ในหลายรายการติดต่อกัน

เมสซี่เคยผ่านความผิดหวังจากรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2014 รวมถึงโคปา อเมริกาในปี 2015 และ 2016 จนถึงขั้นประกาศอำลาทีมชาติชั่วคราว

แต่เขากลับมาอีกครั้ง และเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของตัวเองกับทีมชาติอย่างยิ่งใหญ่

แชมป์ที่เติมเต็มความฝันของ ลิโอเนล เมสซี่

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2021 เมื่อเมสซี่นำอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โคปา อเมริกา ซึ่งเป็นแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกของเขากับทีมชาติชุดใหญ่

จากนั้นในปี 2022 เขาพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกที่กาตาร์ กลายเป็นความสำเร็จสูงสุดที่แฟนบอลทั่วประเทศรอคอยมายาวนาน

เมสซี่ยังนำทีมคว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2024 และมีส่วนสำคัญกับการเดินทางของอาร์เจนตินาในฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งทีมจบการแข่งขันด้วยตำแหน่งรองแชมป์หลังพ่ายสเปนในรอบชิงชนะเลิศ

ท้ายที่สุด เขาตัดสินใจปิดฉากเส้นทางทีมชาติหลังผ่านช่วงเวลาที่ยาวนานกว่า 20 ปี

สถิติสุดท้ายของ ลิโอเนล เมสซี่ กับทีมชาติอาร์เจนตินา

เกมพบเบนินไม่เพียงเป็นการอำลา แต่ยังเป็นการปิดฉากสถิติระดับประวัติศาสตร์ของเมสซี่กับทัพ “ฟ้า-ขาว”

หลังจบเกม เมสซี่ลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินารวม 208 นัด และยิงไป 126 ประตู ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติ

ประตูจากจุดโทษในเกมอำลายังทำให้เขาปิดฉากเส้นทางทีมชาติด้วยตัวเลข 126 ประตูอย่างสวยงาม ขณะที่ผลงานตลอดเส้นทางยังรวมถึงการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022, โคปา อเมริกา 2021 และ 2024 รวมถึงแชมป์ Finalissima 2022

ลิโอเนล เมสซี่ จากเด็กดาวรุ่งสู่กัปตันผู้ยิ่งใหญ่

เรื่องราวของเมสซี่กับทีมชาติเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2005 ก่อนจะกลายเป็นกัปตันทีมและผู้เล่นที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อาร์เจนตินา

จากวันที่เคยถูกตั้งคำถามถึงความสำเร็จในทีมชาติ วันนี้เขาเดินออกจากเวทีในฐานะแชมป์โลกและหนึ่งในตำนานที่ได้รับการยอมรับจากแฟนฟุตบอลทั่วโลก

ปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบ กับหมายเลข 10 ที่ไม่มีวันลืม

ค่ำคืนที่โมนูเมนตัลจึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันฟุตบอลนัดหนึ่ง แต่เป็นการบอกลายุคสมัยของฟุตบอลอาร์เจนตินา

เมสซี่ลงสนามในฐานะกัปตัน ยิงประตู ทำแอสซิสต์ และพาทีมคว้าชัยชนะ 3-0 ก่อนเดินออกจากสนามท่ามกลางเสียงปรบมือและการสดุดีจากแฟนบอลกว่า 85,000 คน

จากนี้หมายเลข 10 ของอาร์เจนตินาจะยังคงมีเจ้าของคนใหม่ในอนาคต แต่ชื่อของ ลิโอเนล เมสซี่ จะถูกจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของทัพ “ฟ้า-ขาว” ไปตลอดกาล

ตำนานปิดฉากแล้ว แต่เรื่องราวของชายผู้ทำให้คนทั้งโลกหลงรักฟุตบอล จะไม่มีวันจบลง

ลาก่อน ลิโอเนล เมสซี่ และขอบคุณสำหรับทุกความทรงจำ